Limited Edition ที่บรรจุลงขวดในปี 2010 ในจำนวนจำกัดเพียง 13000 ขวด
สำหรับขวดนี้ผมเคยได้ลองครั้งหนึ่งนานมาละจากเพื่อนในกลุ่มมักเหล้าคลับเรานี่แหละครับ
จำได้ว่าตอนนั้นประทับใจมากจนอยากได้มาไว้สักขวด แต่ก็หาไม่ได้
จนวันหนึ่งพวกเราในกลุ่มนี่แหละกรุแตกผมถึงได้มีโอกาสครอบครอง และเอามาเล่าสู่กันฟัง
Craggmore จัดเป็น 1 ใน 6 Classic Malt ค่าย Diageo จากย่าน Speyside ครับ
เข้าเรื่องตามประสาลิ้นบ้านๆ กันเลยดีกว่า
สี ออกทางทองแดงพอสมควรไม่ออกแนวทองใสๆ เหมือนรุ่น 12 ปีที่เป็น mass market
กลิ่น เมื่อรินพักไว้ ให้อโรม่าที่จัดว่าดีงาม เรียกน้ำลายมาสออยู่ในปากรอได้เลย คาราเมล อบเชย วนิลา
กลิ่นตัวน้องแอลไม่ค่อยมีมารบกวนเลย (น่าจะเพราะเปิดทิ้งไว้ค่อนข้างนานแล้วด้วย)
รสชาติ เผ็ดเล็กน้อยตามประสาเครื่องเทศพวกอบเชย วนิลา คาราเมล ติดออกไปทางฉ่ำ ไม่แห้ง กองฟาง อย่างตัว 12 ปี
เจือน้ำลงไปได้กลิ่นถัง Sherry Oak มากขึ้น ความเผ็ดร้อนลดลง ได้ความหวานมาแทน
AfterTaste ทิ้งความเผ็ดแบบซ่าๆ ไว้ในปาก พร้อมกับกลิ่นเครื่องเทศหอมๆ อวลๆ วนๆ อ้อยอิ่งอยู่ในปากค่อนข้างนานเลบ
Conclusion จัดเป็นตัวที่น่าสนใจมาก ดื่ม Neat ให้ความเผ็ดร้อน หยอดน้ำลงไปให้ความสดชื่นสดใส
ดื่มได้ทั้งสองแนวแล้วแต่ว่าวันไหนอยากได้อารมณ์แบบไหน
***ข้อเสียที่สำคัญ*** คือ ผลิดมาแค่ 13000 ขวด หมดแล้วจะหาใหม่จากไหนได้นิ
ป.ล. ความเห็นที่ให้เป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆ ไม่รับประกันความถูกต้องเหมือนเช่นเคยครับ
งานดองบันทึกเมื่อ 3/11/2560 วันลอยกระทง
พวกผมแค่ชมชอบในรสชาติของสุรา เรื่องราวที่เขียน เริ่มต้นจากความชอบและความสนใจ ที่นำไปสู่การค้นหา
เมื่อได้รับรู้ และทดลองด้วยตัวเองแล้วก็อยากแบ่งปันให้กับเพื่อนๆ และคนอื่นๆ ที่สนใจในเรื่องเดียวกันครับ
ข้อคิดเห็นที่ให้เกี่ยวกับเรื่องการร่ำสุราในแต่ละประเภท เป็นความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ ที่ได้มาจากการลองของด้วยตัวเอง
*** หมายเหตุ *** สงวนสิทธิ์สำหรับการอ่านและนำไปใช้ประกอบบทความเพื่อการแลกเปลี่ยนความรู้กัน และไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความไปใช้ในเชิงพาณิชย์ทุกอย่างครับ
วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2561
Bowmore Legend 40% Alc/Vol.
N.A.S. จากค่าย Bowmore ผ่านการบ่มด้วยถัง Ex-Bourbon ครั้งนี้ขออนุญาตไม่เน้นข้อมูลครับ
สี ทองใสๆ อ่อนๆ
กลิ่น ค่อนข้างหอมอวล Floral, น้ำผึ้ง. กลิ่นควันจางๆ Peat เบาๆ ไม่ค่อยเข้มข้นเหมือนตัวพวกที่ผ่านการ Aging
กลิ่นแนวสดชื่นคล้ายกลิ่นไอทะเล เจือด้วยกลิ่นไอโอดีนหน่อยๆ รวมแล้วกลิ่นจัดว่าค่อนข้างดีเลย
รสชาติ Smoke Peat หอมๆ เบาๆ ไม่รุนแรง เจือด้วยความเผ็ดเล็กน้อยของเครื่องเทศ พริกไทย ขมนิดๆ เหมือนเปลือกมะนาว
หยดน้ำลงไปเล็กน้อยกลิ่นเปิดขึ้นมาอีกพอควร กลิ่นมะนาว (lime) น้ำผึ้งชัดเจนขึ้น ได้รสหวานของน้ำผึ้งผสมมะนาว กลิ่นควันเบาลง
ดื่มง่ายขึ้น ให้สัมผัสที่ค่อนข้างดีกว่า Neat พอควรเลย
AfterTaste ค่อนข้างสั้น ทิ้งความเผ็ดร้อนของเครื่องเทศไว้พอควร สำหรับการดื่มแบบ Neat
แต่เมื่อหยอดน้ำลงไป ดื่มง่ายขึ้น ทิ้งความหวานหอมอวล ควันเบาๆ ไว้ในปากค่อนข้างนานขึ้นพอประมาณ
Conclusion เจือน้ำลงไปเล็กน้อยน่าจะลงตัวกว่าดื่มแบบ Neat ค่าตัวกับรสชาติจัดว่าค่อนข้างคุ้มอยู่แต่อาจหายากสักนิด
แต่ดื่มแบบ Neat ก็ไม่ได้ขี้เหล่อะไรมากมาย แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนเลยก็ได้ครับ
ป.ล. ความเห็นที่ให้เป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆ ไม่รับประกันความถูกต้องเหมือนเช่นเคย
งานดองบันทึกเมื่อ 17-11-2560
สี ทองใสๆ อ่อนๆ
กลิ่น ค่อนข้างหอมอวล Floral, น้ำผึ้ง. กลิ่นควันจางๆ Peat เบาๆ ไม่ค่อยเข้มข้นเหมือนตัวพวกที่ผ่านการ Aging
กลิ่นแนวสดชื่นคล้ายกลิ่นไอทะเล เจือด้วยกลิ่นไอโอดีนหน่อยๆ รวมแล้วกลิ่นจัดว่าค่อนข้างดีเลย
รสชาติ Smoke Peat หอมๆ เบาๆ ไม่รุนแรง เจือด้วยความเผ็ดเล็กน้อยของเครื่องเทศ พริกไทย ขมนิดๆ เหมือนเปลือกมะนาว
หยดน้ำลงไปเล็กน้อยกลิ่นเปิดขึ้นมาอีกพอควร กลิ่นมะนาว (lime) น้ำผึ้งชัดเจนขึ้น ได้รสหวานของน้ำผึ้งผสมมะนาว กลิ่นควันเบาลง
ดื่มง่ายขึ้น ให้สัมผัสที่ค่อนข้างดีกว่า Neat พอควรเลย
AfterTaste ค่อนข้างสั้น ทิ้งความเผ็ดร้อนของเครื่องเทศไว้พอควร สำหรับการดื่มแบบ Neat
แต่เมื่อหยอดน้ำลงไป ดื่มง่ายขึ้น ทิ้งความหวานหอมอวล ควันเบาๆ ไว้ในปากค่อนข้างนานขึ้นพอประมาณ
Conclusion เจือน้ำลงไปเล็กน้อยน่าจะลงตัวกว่าดื่มแบบ Neat ค่าตัวกับรสชาติจัดว่าค่อนข้างคุ้มอยู่แต่อาจหายากสักนิด
แต่ดื่มแบบ Neat ก็ไม่ได้ขี้เหล่อะไรมากมาย แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนเลยก็ได้ครับ
ป.ล. ความเห็นที่ให้เป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆ ไม่รับประกันความถูกต้องเหมือนเช่นเคย
งานดองบันทึกเมื่อ 17-11-2560
William Birnen-Schnaps 35% Alc/Vol.
การบ้านจากเฮีย City จัดมากให้ครับ สำหรับตัวนี้จัดเป็น Spirits จาก Austria
เรียกว่า Schnaps เป็นภาษาเยอรมัน ใช้เรียกเหล้าที่ทำมาจากผลไม้
สำหรับขวดนี้ทำมาจากลูกแพร ถ้าเป็นขวดใหญ่จะใส่ลูกแพรไว้ข้างในด้วยครับ เรียกง่ายๆ ว่า Pear Brandy ก็ได้เช่นกันครับ
ว่าแล้วมาเข้าเรื่องตามประสาลิ้นบ้านๆ กันดีกว่า
สี ใส เพราะไม่ผ่านการบ่มในถังใดๆ
กลิ่น จัดว่าหอมอ่อนๆ ทั้งที่พกความแรงมาถึง 35 ดีกรี แต่ก็ไม่ได้มีกลิ่นตัวน้องแอลสักเท่าไหร่
กลิ่นหวานๆ คล้ายน้ำผลไม้ ไม่มีกลิ่นส่าเหล้ารบกวนเหมือน Spirits บางตัว
รสชาติ ดื่มง่ายกว่าที่คิดไว้ จิบแล้วเหมือนดื่มน้ำลูก Pear ที่ผสมเหล้า แต่ก็ไม่มีกลิ่นเหม็นของส่าเหล้ามารบกวน
จัดว่ากลิ่นหอมอ่อนๆ น่าจะคล้ายกับพวก Vodka ที่ผสมกลิ่นต่างๆ ลงไป (อันนี้ความเห็นส่วนตัวเพราะไม่เคยลองครับ)
AfterTaste ทิ้งกลิ่นลูกแพรหอมๆ อวลๆ วนๆ ในปากพอประมาณ ดีกว่าพรุนบรั่นดีอีกตัวที่เฮียพกมาฝาก (ตัวนั้นเดี๋ยวไว้เล่าให้ฟังอีกทีครับ)
Conclusion แปลกใหม่ดี เหล้าผลไม้บ้านเราหากว่าต่อยอดดีๆ ทำกลิ่นส่าเหล้าให้น้อยลงสักหน่อย คหสต. ผมเชื่อว่าสู้ได้สบายๆ
ป.ล. ความเห็นทั้งหมดที่ให้เป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆ ไม่รับประกันความถูกต้องครับ
งานดองอีกเหมือนกัน บันทึกไว้เมื่อ 28-7-2560
เรียกว่า Schnaps เป็นภาษาเยอรมัน ใช้เรียกเหล้าที่ทำมาจากผลไม้
สำหรับขวดนี้ทำมาจากลูกแพร ถ้าเป็นขวดใหญ่จะใส่ลูกแพรไว้ข้างในด้วยครับ เรียกง่ายๆ ว่า Pear Brandy ก็ได้เช่นกันครับ
ว่าแล้วมาเข้าเรื่องตามประสาลิ้นบ้านๆ กันดีกว่า
สี ใส เพราะไม่ผ่านการบ่มในถังใดๆ
กลิ่น จัดว่าหอมอ่อนๆ ทั้งที่พกความแรงมาถึง 35 ดีกรี แต่ก็ไม่ได้มีกลิ่นตัวน้องแอลสักเท่าไหร่
กลิ่นหวานๆ คล้ายน้ำผลไม้ ไม่มีกลิ่นส่าเหล้ารบกวนเหมือน Spirits บางตัว
รสชาติ ดื่มง่ายกว่าที่คิดไว้ จิบแล้วเหมือนดื่มน้ำลูก Pear ที่ผสมเหล้า แต่ก็ไม่มีกลิ่นเหม็นของส่าเหล้ามารบกวน
จัดว่ากลิ่นหอมอ่อนๆ น่าจะคล้ายกับพวก Vodka ที่ผสมกลิ่นต่างๆ ลงไป (อันนี้ความเห็นส่วนตัวเพราะไม่เคยลองครับ)
AfterTaste ทิ้งกลิ่นลูกแพรหอมๆ อวลๆ วนๆ ในปากพอประมาณ ดีกว่าพรุนบรั่นดีอีกตัวที่เฮียพกมาฝาก (ตัวนั้นเดี๋ยวไว้เล่าให้ฟังอีกทีครับ)
Conclusion แปลกใหม่ดี เหล้าผลไม้บ้านเราหากว่าต่อยอดดีๆ ทำกลิ่นส่าเหล้าให้น้อยลงสักหน่อย คหสต. ผมเชื่อว่าสู้ได้สบายๆ
ป.ล. ความเห็นทั้งหมดที่ให้เป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆ ไม่รับประกันความถูกต้องครับ
งานดองอีกเหมือนกัน บันทึกไว้เมื่อ 28-7-2560
Johnnie Walker Green Label 15 Yo 43% Alc/Vol.
หายหน้าไปนานพอควรกลับมาส่งงานแบบรัวๆ เลยละกันครับ
Blended Malt อีกตัวจากค่าย Johnnie Walker ที่หายจากตลาดไประยะหนึ่งตอนนี้กลับมาขายกันอีกรอบ
สำหรับ Green Label ใช้ส่วประกอบจาก 4 โรงกลั่นในเครือ Diageo ประกอบด้วย
1. Talisker
2. Linkwood
3. Cragganmore
4. Caol Ila
สำหรับผมแล้วถือว่าเป็นส่วนผสมที่ค่อนข้างลงตัวสำหรับนักดื่มหน้าใหม่ที่เข้าสู่ทางสาย Malt Whisky
ว่าแล้วเรามาเล่าสู่กันฟังตามประสาลิ้นบ้านๆ กันดีกว่า
สี ออกแนวทองแดงหน่อยๆ ไม่ใช่แนว Amber Gold เหมือนตัว Island Green
ส่วนหนึ่งคงเพราะอายุของ malt whisky ที่นำมาเป็นส่วนผสมที่มีอายุอย่างน้อย 15 ปี
กลิ่น ออกแนว Floral กว่าตัว Island Green ออกแนวหอมฟรุ้งๆ พวกดอกไม้ ไม้จันทร์ วนิลา
เจือด้วยกลิ่นควันไม้หอมๆ กลิ่นออกแนวหวานๆ จำพวกไซรัป ส่วนกลิ่นตัวน้องแอลจัดว่าค่อนข้างจาง
รสชาติ สัมผัสแรกคือความหวาน ตามด้วย ความเผ็ดร้อนของพริกไทย มาพร้อมกับกลิ่นหอมฟรุ้งๆ
Balance จัดว่าค่อนข้างดีงาม ควันไม้หอมๆ เบาๆ ทิ้งความเผ็ดร้อน พร้อมกับกลิ่นควันไม้ไว้ในปากพอประมาณ
Aftertaste ไม่ค่อยยาวมา แต่ก็น่าประทับใจ ยกดื่มแต่ละครั้งไม่ค่อยเหมือนกันสักเท่าไหร่ ทำให้รู้สึกน่าค้นหาดีครับ
Conclusion สำหรับตัวนี้ น่าจะออกแบบมาเพื่อแนะนำ Malt Whisky ให้นักดื่มได้ทดลอง ได้รู้จัก คุ้นเคย
ก่อนจะก้าวเข้าสู่โลกมืดของ Single Malt จัดว่าดื่มง่าย แต่ก็มีความซับซ้อนในระดับหนึ่งให้พอได้ค้นหาครับ
จิบแบบ Neat ได้ น้ำแข็งก้อนใหญ่ๆ สักก้อนก็น่าจะพอได้
ผสมไม่ค่อยอยากแนะนำสักเท่าไหร่ เท่าที่เคยลองผสมแล้วจะได้กลิ่นเหม็นเขียวพอควร
ป.ล. ความเห็นทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆ ไม่รับประกันความถูกต้องเหมือนเช่นเคยครับ
การบ้านดองเขียนบันทึกไว้ตั้งแต่ 16-7-2560
Blended Malt อีกตัวจากค่าย Johnnie Walker ที่หายจากตลาดไประยะหนึ่งตอนนี้กลับมาขายกันอีกรอบ
สำหรับ Green Label ใช้ส่วประกอบจาก 4 โรงกลั่นในเครือ Diageo ประกอบด้วย
1. Talisker
2. Linkwood
3. Cragganmore
4. Caol Ila
สำหรับผมแล้วถือว่าเป็นส่วนผสมที่ค่อนข้างลงตัวสำหรับนักดื่มหน้าใหม่ที่เข้าสู่ทางสาย Malt Whisky
ว่าแล้วเรามาเล่าสู่กันฟังตามประสาลิ้นบ้านๆ กันดีกว่า
สี ออกแนวทองแดงหน่อยๆ ไม่ใช่แนว Amber Gold เหมือนตัว Island Green
ส่วนหนึ่งคงเพราะอายุของ malt whisky ที่นำมาเป็นส่วนผสมที่มีอายุอย่างน้อย 15 ปี
กลิ่น ออกแนว Floral กว่าตัว Island Green ออกแนวหอมฟรุ้งๆ พวกดอกไม้ ไม้จันทร์ วนิลา
เจือด้วยกลิ่นควันไม้หอมๆ กลิ่นออกแนวหวานๆ จำพวกไซรัป ส่วนกลิ่นตัวน้องแอลจัดว่าค่อนข้างจาง
รสชาติ สัมผัสแรกคือความหวาน ตามด้วย ความเผ็ดร้อนของพริกไทย มาพร้อมกับกลิ่นหอมฟรุ้งๆ
Balance จัดว่าค่อนข้างดีงาม ควันไม้หอมๆ เบาๆ ทิ้งความเผ็ดร้อน พร้อมกับกลิ่นควันไม้ไว้ในปากพอประมาณ
Aftertaste ไม่ค่อยยาวมา แต่ก็น่าประทับใจ ยกดื่มแต่ละครั้งไม่ค่อยเหมือนกันสักเท่าไหร่ ทำให้รู้สึกน่าค้นหาดีครับ
Conclusion สำหรับตัวนี้ น่าจะออกแบบมาเพื่อแนะนำ Malt Whisky ให้นักดื่มได้ทดลอง ได้รู้จัก คุ้นเคย
ก่อนจะก้าวเข้าสู่โลกมืดของ Single Malt จัดว่าดื่มง่าย แต่ก็มีความซับซ้อนในระดับหนึ่งให้พอได้ค้นหาครับ
จิบแบบ Neat ได้ น้ำแข็งก้อนใหญ่ๆ สักก้อนก็น่าจะพอได้
ผสมไม่ค่อยอยากแนะนำสักเท่าไหร่ เท่าที่เคยลองผสมแล้วจะได้กลิ่นเหม็นเขียวพอควร
ป.ล. ความเห็นทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆ ไม่รับประกันความถูกต้องเหมือนเช่นเคยครับ
การบ้านดองเขียนบันทึกไว้ตั้งแต่ 16-7-2560
วันอังคารที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
Laphroaig Four Oak 40%
วันนี้เรามารีวิววิสกี้ตาม Duty
free ดีกว่าใครเดินทางก็น่าจะเห็นกันบ้างกับ Laphroaig Four
Oak ที่วางจำหน่ายมาตั้งแต่ต้นปี 2017 แน่นอนไม่ต้องว่าให้มากความกับสายควันสำนักนี้
โดยรายละเอียดของชื่อ Four Oak ก็ตามชื่อเลยเพราะใช้ถัง 4
ชนิดในการบ่มได้แก่ ถัง bourbon barrels, ถังquarter
casks, ถัง virgin American oak barrels และถัง
European oak hogsheads แล้วเอาวิสกี้ทั้งหมดมา Blend กันอีกทีโดยเลือกบรรจุมาที่ 40ดีกรี ซึ่งถือว่าน้อยหากเทียบกับตัวอื่นๆ
ในค่าย
Appearance:
สีทองเหลือง ขายาวเล็กไหลช้า
Aroma: ควันนำ น้ำยาทำความสะอาด กลิ่นคล้ายชา ปนๆ มากับกลิ่นคล้ายถั่วคั่วๆ
Taste: เผ็ดนำ แต่มีความหวาน บอร์ดี้กลางไปทางอ่อน กลิ่นน้ำยาทำความสะอาด พ่วงคลาเมล
With
Water: เปิดความหวาน และมีกลิ่นคล้ายน้ำผึ้ง และน้ำตาลไหม้
Finish: ทิ้งรสหวานและความเผ็ดไว้สั้นๆ กลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ไม่ค่อยมีเหลือในตอนจบ
สรุป: ผู้ที่จะเริ่มต้นกับ Laphroaig ตัว Four Oak ก็ถือว่าดื่มง่ายดีหากเทียบกับตัว Standard 10ปี แล้วถือว่ายิ่งดื่มง่ายเลยหละ
โดยเอกลักษณ์กลิ่นของโรงกลั่นนี้ถูกบรรจุมาครบถ้วนต่างตรงความบางที่อาจจะไม่คุ้นชิน
แต่ด้วยราคาที่ขายตาม Duty Free ถือสมเหตุสมผล
ใครลองตัวนี้แล้วมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




