พวกผมแค่ชมชอบในรสชาติของสุรา เรื่องราวที่เขียน เริ่มต้นจากความชอบและความสนใจ ที่นำไปสู่การค้นหา
เมื่อได้รับรู้ และทดลองด้วยตัวเองแล้วก็อยากแบ่งปันให้กับเพื่อนๆ และคนอื่นๆ ที่สนใจในเรื่องเดียวกันครับ

ข้อคิดเห็นที่ให้เกี่ยวกับเรื่องการร่ำสุราในแต่ละประเภท เป็นความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ ที่ได้มาจากการลองของด้วยตัวเอง
ที่แค่อยากรู้ และอยากลองตามประสาครับ ผิดถูกประการใดก็คงไม่สามารถรับรองได้ครับ ขอน้อมรับคำแนะนำ และติชมทุกประการครับ


*** หมายเหตุ *** สงวนสิทธิ์สำหรับการอ่านและนำไปใช้ประกอบบทความเพื่อการแลกเปลี่ยนความรู้กัน และไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความไปใช้ในเชิงพาณิชย์ทุกอย่างครับ

วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

Bowmore 15 years old MARINER 43%

ช่วงหลังๆ มานี้ผมเกิดหลงกับเหล้าที่มีกลิ่นควัน กับรสชาตจัดจ้านเป็นพิเศษเพราะให้ความรู้สึกที่ไม่ต้องพยายามหา character เยอะแค่เทใส่แก้วหน่อยกลิ่นก็พุ่งมาตรงๆ เลยขอจัด Single Malt สไตย์นี้มาเล่าสู่กันฟังนี้อีกซักขวดต่อเนื่องมาจาก Highland Park เมื่อเดือนที่แล้ว

สำหรับเหล้ายี้ห้อ Bowmore เป็น Whisky จากโรงกลั่นเขต Islay ที่ลือลั่นเรื่องกลิ่นควันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งผมเคยอ่านเจอในหนังสือของ Mr.Dominic Roskrow (นักชิม นักเขียน ที่ได้รับการยอมรับจากโรงกลั่นดังๆ มากมาย) เค้าบอกว่าถ้าเปรียบ Lagavulin, Ardbag, Laphroaig เป็นเพลงแนวของวง Maiden, Metallica หรือ Motorhead / Bowmore ก็จะเป็น Bon Jovi ทำให้คิดถึงว่ามันก็แนว Rock ด้วยกันแต่ต่างกันที่ความแรงของทั้งจังหว่ะและเนื้อหาของเพลง สำหรับตัวผมเองยอมรับเลยว่า Bowmore เป็น whisky จากเขต Islay ยี่ห้อแรกที่ผมเคยดื่มช่วงที่เริ่มเข้าสู่สาย Single Malt ใหม่ๆ ด้วยความไม่รู้ภาษาผสมโซดาลงไปแบบที่สมัยนี้ผมคงด่าตัวเองว่าเสียของ แล้วแทบต้องเททิ้งทั้งแก้วด้วยรสชาตที่ไม่ได้ถูกออกแบบให้มาผสมโซดา ทำให้ช่วงนั้น Bowmore เป็นยี่ห้อที่เข็ดขยาดขอลาขาดจากกันไปเลย แต่มาวันนี้ผมรู้แล้วว่าต้องจัดการยังไงจึงไม่รอช้าที่จะจัดหาน้องเค้าเข้าบ้านอีกซักครั้ง


สำหรับรุ่น 15ปี Mariner ขวดนี้ซึ่งชื่อน่าจะเหมาะกับสถานการณ์น้ำท่วงเป็นอย่างดี ซึ่งมีตำนานเล่ามาจากพี่ใน http://www.montfort27.com/forum/index.php?board=22.0 เคยเล่าไว้ว่าเป็นเหล้าที่ถังถูกแช่อยู่ในน้ำในขณะที่โรงบ่มถูกน้ำท่วมจึงเป็นที่มาของชื่อและรสชาตที่เป็นเอกลักษณ์


เริ่มลุยโดยเทเหล้าใส่แก้วทรงดอกทิวลิป(หลังๆ ใช้แก้วนี้บ่อยเพราะแกว่งสนุกมือดีไม่ได้มีความหมายอะไรเป็นพิเศษ)


Appearance: สีทองเข้มไปทางน้ำตาลอ่อนๆ อยู่ในโทน Tawny ขายาวเล็ก-กลางไหลค่อนข้างช้า
Aroma: กลิ่นควันนำมากลบกลิ่นแอลกอฮอล์ค่อนข้างสนิท และมีกลิ่นเปรี้ยว Lemon ตามมาค่อนข้างชัด


Taste: รสหวานอ่อนๆ มีเค็มกลางๆ เผ็ดลิ้นเล็กน้อย กลิ่นควันหอมกำลังดีมากกว่า Highland Park แต่ไม่ถึง Laphroaig กลิ่น Lemon ชัดมากขึ้น
With Water: รสชาตคล้ายตอนไม่ผสมน้ำ แต่กลิ่นต่างๆ drop ลงไป ความเผ็ดลดลง
Finish: ทิ้งความหวานเล็กน้อยและรสเค็มค่อนข้างชัด กลิ่นควันอบอวลในปากและลำคอยาวกำลังดี




สรุป: รสชาตมาแบบตรงๆ ดื่มได้แบบไม่ต้องคิดมาก แต่เร้าใจ เพราะความเข้มข้นของควันแต่กลับสว่างสดใสด้วยกลิ่น Lemon ส่วน Body ของเหล้าตัวนี้ถ้าเปรียบเป็นสาวก็สาวตัวสูงหุ่นสมส่วนไม่อวบไม่อึ๋มแต่มีเสน่ห์ และวิธีดื่มที่ผมแนะนำคือดื่มแบบไม่ต้องผสมน้ำ เทใส่แก้ว แกว่งเพื่อปลุกน้องเค้าซักนิดก็ใช้ได้เลยครับ หากทิ้งไว้นานหรือผสมน้ำกลิ่นควันจะไม่โดดเด่นเท่าไหร่ลดความห้าวไปเยอะ บอกตรงๆ เลยว่าผมประทับใจจนอยากจัดไว้เป็นเหล้าสามัญประจำบ้านเลยครับด้วยราคาที่ได้มาและคุณภาพระดับนี้ถือว่าเยี่ยม ขาดแค่แหล่งจัดหาเท่านั้นเอง

2 ความคิดเห็น:

  1. With Water คือใส่น้ำประมาณไหนครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ลองหยดน้ำสัก 2-3 หยดดูก่อนครับ หรือ สักครึ่งช้อนชา หรือ ค่อยๆ เพิ่ม หาจุดที่สมดุลย์ ที่เราดื่มแล้วชอบครับ

      ลบ