พวกผมแค่ชมชอบในรสชาติของสุรา เรื่องราวที่เขียน เริ่มต้นจากความชอบและความสนใจ ที่นำไปสู่การค้นหา
เมื่อได้รับรู้ และทดลองด้วยตัวเองแล้วก็อยากแบ่งปันให้กับเพื่อนๆ และคนอื่นๆ ที่สนใจในเรื่องเดียวกันครับ

ข้อคิดเห็นที่ให้เกี่ยวกับเรื่องการร่ำสุราในแต่ละประเภท เป็นความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ ที่ได้มาจากการลองของด้วยตัวเอง
ที่แค่อยากรู้ และอยากลองตามประสาครับ ผิดถูกประการใดก็คงไม่สามารถรับรองได้ครับ ขอน้อมรับคำแนะนำ และติชมทุกประการครับ


*** หมายเหตุ *** สงวนสิทธิ์สำหรับการอ่านและนำไปใช้ประกอบบทความเพื่อการแลกเปลี่ยนความรู้กัน และไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความไปใช้ในเชิงพาณิชย์ทุกอย่างครับ

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เมาไม่รั่วมั่วส่งการบ้านกับ VALT Single Malt Vodka

ผมได้รับน้ำปลาขวดนี้จากคุณหนุ่ม Packetloss มาประมาณปีกว่าแล้วดองไว้นานเชียว 555
ช่วงนี้เริ่มเบื่อๆ เหล้าที่เปิดค้างไว้เลยถือโอกาสทำการบ้านซ่ะเลยดีกว่าครับ

ข้อมูลเบีื้องต้น VALT เป็น Vodka ที่ทำมาจาก Single Malt จากโรงกลั่น Strathleven ถือเป็นครั้งแรกที่เอา SM มาทำเป็น Vodka ก็ว่าได้
เอาแบบลิ้นบ้านๆ กันเลยดีกว่านะครับ เพราะที่บ้านไม่เคร่งเรื่องข้อมูล ผมสายชิม ไม่ค่อยสนเรื่องข้อมูลลึกๆ สักเท่าไหร่
แต่หากเพื่อนๆ สนใจข้อมูลของ VALT ก็คลิกเข้าไปอ่านกันได้ที่ http://www.strathlevendistillers.com/valt/valt-story/ ครับ

เอาละเข้าเรื่องเรากันดีกว่า

สี ใสเป็นตาตั๊กแตน จะเอาสีไหนละ ในเมื่อมันเป็น Vodka

กลิ่น ไม่เหมือน Vodka ทั่วไปออกไปทางดอกไม้หอมๆ เหมือนกลิ่นดอกนมแมว(อันนี้คุณหนุ่มบอกทางไว้)
กลิ่นตัวน้องแอลค่อนข้างจาง อันนี้ผมไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเก็บไว้นานแล้ว หรือเดิมที่กลิ่นตัวน้องเขาจางๆ แบบนี้อยู่แล้วนะครับ

รสชาติ ออกทางหวานๆ ดื่มง่ายไม่ซับซ้อนดี หอมอวลๆ อยู่ในปากนานพอควร

After Taste กลิ่นดอกไม้หอมๆ คลุ้งๆ อยู่ในปากสั้นๆ ไม่ยาวมากแต่ก็ชวนดื่มอยู่ไม่น้อย

คหสต. VALT Single Malt Vodka ขวดนี้ใส่น้ำแข็งสักก้อน หรือเอาไปผสมทำเป็น Cocktail น่าจะดีกว่ามานั่งจิบแบบ Neat อย่างนี้ครับ เอามาจิบแบบปิดบ้านเงียบๆ คนเดียวแบบนี้เสียของแย่เลย
ในวันสบายๆ พร้อมหน้าพร้อมตากับเพื่อนฝูงหรือครอบครัว จับ VALT ขวดนี้มาตั้งผสม Cocktail ตามใจชอบคงเพลินไม่น้อย
หรือหากใครสายแข็งหน่อยก็เล่นเกมส์กระดกหมดแก้วสัก Shot พร้อมน้ำแข็งสักก้อนก็ดีไม่น้อยครับ

วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2558

Johnnie Walker Pure Malt 15 Yo.

สำหรับเจ้า JW Pure Malt ขวดนี้ต้องนับว่าเป็นลาภปาก หรือโชคดีของผมครับ
ที่บังเอิญได้รับมาจากญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเมตตาให้ผมมา และท่านเก็บรักษาไว้ค่อนข้างดี
แม้สภาพกล่องอาจดูเยินไปบ้างตามกาลเวลา แต่เนื้อเหล้ายังคงยอดเยี่ยมเหมือนเหล้าใหม่ยังไงยังงั้นครับ
คงต้องไปปรึกษาท่านเรื่องการเก็บรักษาสักหน่อยละครับ

กลับมาเข้าเรื่องของเราต่อดีกว่าครับ
ฉลากเชียว Pure Malt จากค่าย JW ขวดนี้ถือเป้นเหล้าระดับตำนานของค่ายก็ว่าได้
ปัจจุบันนั้นเข้าใจว่าเลิกผลิตไปเรียบร้อยแล้วครับ แต่แว่วๆ ว่าในปี 2015 นี้อาจกลับมาวางจำหน่ายอีกครั้งในบางประเทศ
แต่ฉลากจะไม่ใช้คำว่า Pure Malt แล้ว จะใช้คำว่า Blended Malt แทนครับ

หลังจากที่ได้กลับมาทบทวนความหลังกับเจ้าฉลากเขียวขวดนี้
คหสต. ต้องบอกว่าเป็นตัวที่ชอบมากที่สุดใน 5 ฉลากมาตราฐานของเหล้าตระกูลนี้ครับ
แล้วเราก็มาว่ากันแบบลิ้นบ้านๆ กันดีกว่าครับ

สี ออกทองแดงเข้มๆ

กลิ่น ออกทาง Fruity โทนหวานๆ เจือด้วยกลิ่นควันจางๆ แต่ไม่มีกลิ่น peat ละม้ายไปทาง Talisker
ถ้าจำไม่ผิดเหมือนว่าเป็นหนึ่งในส่วนผสมหลักของเจ้านี่ซ่ะด้วยครับ
กลิ่น Chocolate อ่อนๆ และลูกแพร์เล็กน้อย (เริ่ม "มโน") อิๆ

รสชาติ กลมกล่อม หวานติดมันๆ Caramel Fruity ให้ความรู้สึกสดชื่น ปิดท้ายด้วยอาการ burn ลิ้นเล็กน้อย

After Taste จัดว่าค่อนข้างยาว ทิ้งความหวาน กลิ่นควันจางๆ เอาไว้ในช่องปากค่อนข้างนานเชียวครับ

คหสต. จัดเป็น Vatted Malt หรือ Blended Malt คุณภาพเยี่ยมของค่ายนี้ที่ทำออกมาได้ดี
ในวันสบายๆ กลางฤดูร้อน อากาศดีๆ ลมเอื่อยๆ มีเพื่อนร่วมดื่มที่รู้ใจ หนังดีๆ สักเรื่อง หรือหนังสือที่ชอบสักเล่ม เลือกเจ้านี่มารับรองเพื่อนรู้ใจ หรือจะจิบไปอ่านหนังสือ ดูหนัง คนเดียวเงียบๆ ก็ไม่ว่ากัน
เสียอย่างเดียวครับ หมดขวดนี้แล้วผมจะหาเพิ่มจากไหนได้หว่า สงสัยได้เวลาไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ท่านที่ให้ผมมาอีกครั้งแล้วสิ อิๆ

วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2558

Nikka All Malt

Pure Malt จาก Nikka ขวดนี้ต้องบอกว่ามีดีซ่อนอยู่ครับ
เข้าเรื่องกันตามประสาลิ้นบ้านๆ เลยนะครับ

กลิ่น Malt หอมๆ รวมทั้งวนิลานำโด่ง ยิ่งดมยิ่งชอบใจ เหมาะกับบรรยากาศยามเย็นในฤดูร้อนอย่างนี้เลย

สี ออกทางทองแดงเล็กน้อย เดาว่าน่าจะมีส่วนผสมของ Malt ที่ผ่านการบ่มด้วยถังเชอรี่อยู่ด้วย

รสชาติ ออกทางสดใส แต่ติดแนวจืดไปสักนิด ติดมันๆ ของธัญพืชจำพวกถั่ว เจือด้วยกลิ่นมะละกอสุก
ออกไปทาง Dry หน่อยๆ และไม่ควัน

After Taste สั้น และเผ็ดเล็กน้อย จิบสบายคลายร้อน

ในยามเย็นกลางฤดูร้อน หลังเลิกงาน หยิบมาตั้งกลางวงพูดคุยสนทนากับเพื่อนถือเป็นตัวเลือกที่ลงตัว
หรือจะนั่งจิบผ่อนคลายสบายๆ ก็ไม่ว่ากัน หนังสือดีๆ สักเล่ม หรือจะเป็นหนังดีๆ สักเรื่อง จิบไปอ่านไปหรือดูหนังไป
ส่วนจะให้เลือกมาเป็นเหล้าสามัญประจำบ้าน สำหรับผมขอเลือกเป็น Suntory Royal ดีกว่าครับ

ขอนิยามด้วยความเห็นส่วนตัวสำหรับ Nikka All Malt ขวดนี้ดังนี้ครับ
เหมือนสาวหน้าตาบ้านๆ แต่น่าสนใจ มองผ่านๆ ก็งั้นๆ แต่ก็อดที่จะแอบมองเป็นระยะๆ ไม่ได้
คือตอนจิบก็งั้นๆ แต่ความรู้สึกหลังจิบมันกลับให้ความสุขใจ จนอดลังเลไม่ได้ว่าจะจิบต่อหรือไม่จิบต่อดีครับ

ขอบคุณเฮีย City อีกครั้งที่หอบหิ้วมาฝากเพื่อนคนนี้ให้ได้ลิ้มลองครับ

ปล. ความเห็นทั้งหมดเป็นความรู้สึก และข้อคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ ไม่รับประกันความถูกต้องเหมือนเช่นเคยนะครับ


วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2558

Ardbeg TEN 46%



หลังจากผ่านพ้นปีเก่าต้อนรับปี 2558 ปีนี้ก็ขอให้ทุกๆ ท่านมีความสุข ความเจริญ และที่สำคัญสุขภาพแข็งแรงครับ

ช่วงปลายปีค่อมต้นปีผมจะยุ่งมากๆ ด้วยเรื่องงานและธุระต่างๆ เลยไม่ได้เขียนรีวิวให้เพื่อนๆ อ่านกันแต่ก็ไม่ได้หายไปไหนครับ ยังคงนั่งร่ำสุราอยู่เช่นเคย ในฐานะที่ผมเป็นคนชอบวิสกี้ที่มีกลิ่นควันรีวิวแรกของปีนี้ผมขอเจิมด้วยเหล้าแห่งควันนามว่า Ardbeg TEN จากเกาะ Islay เช่นเคย สำหรับประวัติคร่าวๆ ของโรงกลั่น Ardbeg ลองย้อนไปอ่านรีวิวเกาะ Islay ที่ผมเคยเขียนไว้ได้ครับ

มาว่ากันด้วยเรื่องของเจ้า TEN ขวดนี้ดีกว่า Ardbeg TEN มีอายุบ่ม 10ปี จะถือว่าเป็นตัวหลักในการทำการตลาดของค่ายนี้เลยก็ว่าได้ ถังที่ใช้บ่มหลักๆ น่าจะเป็น ex-bourbon บรรจุมาในขวดสีเขียวเข้มฉลากสีดำดูขรึม อัดมาแบบ Non-chilled filter 46% แอลกอฮอล์ จากข้อมูลมีระดับความควันถึง 55ppm ถือว่าสูงมากหากเทียบกับเหล้าที่เราคุ้นเคยอย่าง JW Black ที่อยู่ในระดับไม่ถึง 12ppm


Appearance: สีทองเหลืองใสมาก (pale gold) ขาเล็กยาวไหลช้า

Aroma: กลิ่นควันน้ำมันเครื่อง กาแฟ หมูย่าง ชอคโกแล็ต เนยไหม้

Taste: สัมผัสเผ็ดกลางๆ หวานนำ กลิ่นคลาเมลไหม้ น้ำผึ้งไหม้ อบเชย

With Water: เผ็ดน้อยลงกลิ่นควันยังคงเด่น บอร์ดี้ยังถือว่าแน่น

Finish: กลิ่นควัน ถ่านไม้ น้ำมันก๊าซ บอร์ดี้ค่อยๆ จาง จบไปแบบยาวพอสมควร

สรุป: สำนักนี้ผมชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเป็นโรงกลั่นที่มีเรื่องราวมากมาย แถมวิสกี้ตัวมาตราฐานอย่าง Ardbeg TEN มีทั้งกลิ่นควันพร้อมความหวานมันทำให้ได้น้ำหนักของรสชาติและกลิ่นที่หนักแน่นชัดเจนเป็นเอกลักษณ์เหมาะกับนักดื่มวิสกี้ที่เริ่มเข้าสู่เส้นทาง Hardcore และข่าวดียิ่งกว่าไม่แน่ว่าจะมี Ardbeg เข้ามาให้ลองกันในบ้านเราอีก 2 รุ่นแต่เป็นรุ่นไหนนั้นไว้แน่ชัดแล้วจะมาเล่าให้ฟัง

วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

Suntory Royal Blended Whisky

Suntory Royal ขวดที่ผมได้มานี้เป็นรุ่นที่ไม่ระบุอายุ สีออกค่อนไปทางทองแดงนิดๆ มากกว่าทองอำพัน เมื่อดมกลิ่นพอจะจับได้นิดๆ ว่าน่าจะ(น่าจะ) ผ่านการบ่ม หรือ Finished ด้วย Sherry Oak Cask ครับ  ปล. ไม่รับประกันความถูกต้องเหมือนเช่นเคยนะครับ เพราะจมูกผมสั่วๆ อยู่พอควรครับ

ว่ากันต่อที่กลิ่นแบบจริงจังบ้างนะครับ
ค่อนข้าง Fruity อยู่พอสมควรเลยครับ เจือด้วยกลิ่น Sherry Oak อยู่ในที กลิ่นตัวน้องแอลจางๆ 
ที่สำคัญเมื่อสูดกลิ่นเข้าไปแล้วกลับให้ความรู้สึกสดชื่น เหมือนอยู่กลางแปลงดอกไม้หอมๆ

รสชาติ หวานนำ หลบด้วยควันนิดๆ อร่อยเลยนะนั่น Toffee น้ำผึ้งหน่อยๆ 
แต่ค่อนไปทาง Toffee ซ่ะมากกว่า ไม่ Caramel แต่ให้ความหวานจนน่าประทับใจ

After Taste ค่อนข้างน่าประทับใจหวานอวลหอมอยู่ในปากค่อนข้างยาวที่เดียวครับ

โดยรวมแล้ว Suntory Royal ขวดนี้ทำให้ผมค่อนข้างมั่นใจแล้วครับว่าญี่ปุ่นมีดีที่เหล้า Blended ครับ
ส่วน Single Malt เนี่องจากเคยลองจริงจังแค่ Yamazaki 12 อยู่แค่ตัวเดียว 
แต่ยังมีการบ้านที่เฮียให้ไว้อีกพอควรไว้ลองแล้วจะมาเล่าสู่กันฟังต่อครับ 

สรุปดีกว่า Suntory Royal ขวดนี้น่าประทับใจจนน่าจัดมาเป็นเหล้าสามัญประจำบ้านได้อีกตัวครับ
กลางฤดูร้อนหลังเสร็จภาระกิจที่เหนื่อยล้าประจำวัน หยิบมาตั้งรินเหล้าไว้สัก 1/3 แก้ว กับน้ำแร่เย็นๆ สักแก้ว จิบไปฟังเพลงโปรดที่ชอบไปคงฟินน่าดูเลยเชียวครับ