พวกผมแค่ชมชอบในรสชาติของสุรา เรื่องราวที่เขียน เริ่มต้นจากความชอบและความสนใจ ที่นำไปสู่การค้นหา
เมื่อได้รับรู้ และทดลองด้วยตัวเองแล้วก็อยากแบ่งปันให้กับเพื่อนๆ และคนอื่นๆ ที่สนใจในเรื่องเดียวกันครับ

ข้อคิดเห็นที่ให้เกี่ยวกับเรื่องการร่ำสุราในแต่ละประเภท เป็นความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ ที่ได้มาจากการลองของด้วยตัวเอง
ที่แค่อยากรู้ และอยากลองตามประสาครับ ผิดถูกประการใดก็คงไม่สามารถรับรองได้ครับ ขอน้อมรับคำแนะนำ และติชมทุกประการครับ


*** หมายเหตุ *** สงวนสิทธิ์สำหรับการอ่านและนำไปใช้ประกอบบทความเพื่อการแลกเปลี่ยนความรู้กัน และไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความไปใช้ในเชิงพาณิชย์ทุกอย่างครับ

วันอังคารที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2557

Glenfiddich 15 years old 43%




สวัสดีครับเพื่อนๆ สบายดีไหมครับ ผมรู้สึกว่าเดือนๆ นึงนี่มันผ่านไปเร็วจริงๆ ขึ้นปีใหม่มาไม่ทันไรก็เข้าเดือนมีนาคมมาจะครึ่งเดือนแล้ว เดือนนี้ผมขอรีวิววิสกี้ที่มีขั้นตอนการทำที่น่าสนใจตัวนึงนั่นก็คือ Glenfiddich 15 ปีครับ

Glenfiddich ถือเป็นยี่ห้อ Single malt whisky ที่อยู่คู่เมืองไทยมาช้านาน ถ้าถามนักดื่มไทยรุ่นใหญ่ว่าวิสกี้อะไรแจ่มๆ ก็แน่นอนหล่ะส่วนใหญ่คงตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า Glengiddich เพราะด้วยเนื้อเหล้าที่ค่อนข้างละเอียดและกลิ่นเข้มข้นตามสไตล์ Single malt whisky ย่อมถูกลิ้นนักดื่มเก๋าเกมส์อย่างแน่นอน ส่วนนักดื่มรุ่นเล็กอาจจะยังไม่กล้าจับด้วยกำลังซื้อและลิ้นที่ยังเคยชินกับพวก Blended whisky ก็ต้องใช้เวลาพัฒนาตบะกันต่อไป




มาว่าด้วย Glenfiddich 15 ปี ขวดนี้กันดีกว่า ตัวนี้ใช้วิธี Solera vat ซึ่งเป็นวิธีการที่พัฒนามาจากการ blend ไวน์ โดยการนำเหล้าที่บ่มในถัง ex-American oak อายุไม่น้อยกว่า 15ปี แบ่งบางส่วนออกมาบ่มในถัง new-American oak ต่ออีกประมาณ 3-6 เดือน และเหล้าที่บ่มในถัง ex-Spanish oak (ส่วนใหญ่คือถัง Sherry) อายุไม่น้อยกว่า 15ปี มาผสมรวมกันในถังขนาดใหญ่ (Solera vat) บ่มไว้อีกประมาณ 3 เดือนจึงนำวิสกี้ครึ่งหนึ่งออกมาบรรจุ ส่วนครึ่งที่เหลือจะคงไว้ในถังเพื่อผสมเหล้าในครั้งต่อไป กระบวนการณ์แสนสุดจะซับซ้อน งั้นเรามาดูว่ารสชาติจะซับซ้อนด้วยหรือไม่


Appearance: สีทองเข้ม(ไปทางน้ำตาล เข้มกว่า 12ปี) และมีขาขนาดกลางไหลไม่เร็ว-ไม่ช้า
Aroma: กลิ่นชะเอม เปลือกส้มแห้งลอยเด่นตั้งแต่เปิดขวด

Taste: รสหวานนุ่มลิ้น ติดเผ็ดเล็กน้อย กลิ่นน้ำผึ้ง ชะเอม อบเชย ลูกเกดอ่อนๆ
With Water: รสหวานจางลงไปบ้าง สัมผัสเผ็ดยังอยู่ กลิ่นต่างๆ ไม่ค่อยซับซ้อนชะเอมมาตรงๆ ดื่มง่ายขึ้น

Finish: ทิ้งสัมผัสเผ็ดกับบอร์ดี้บางๆ กลิ่นหายไปเร็วเหลือกลิ่นไม้โอ๊คไว้บางๆ ไม่ยาวมาก

สรุป: เป็น Single malt whisky ที่ดื่มง่ายครับมี Texture ที่ค่อนข้างสวยงามเหมาะกับผู้เริ่มต้นอยากฝึกปรือวิชา กลิ่นหอมแนวผลไม้เปรี้ยวผสานมากับกลิ่นน้ำผึ้งอ่อนๆ บอร์ดี้กลางๆ กินคู่กับ Dark Chocolate โคตรฟิน ราคาทั้งมีแสตมป์หรือหิ้วมาจากเมืองนอกถือว่าคุ้มค่าครับ




แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : http://whisky-discovery.blogspot.com

วันพุธที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2557

Highland Park Leif Eriksson Release 40%

สวัสดีปี 2014 ขอให้เพื่อนสมาชิกและครอบครัวมีความสุขความเจริญก้าวหน้าร่ำรวยๆ ดังม้าทองคำครับ


ผมเองก็ห่างหายรีวิวไป 1 เดือนเต็มๆ เนื่องจากงานช่วงส่งท้ายปียุ่งมากจริงๆ จึงไม่ได้มาเล่าถึงวิสกี้ตัวใหม่ๆ ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน งั้นเมื่อเข้าปีใหม่ผมก็ขอเปิดประเดิมรีวิวแรกประจำปีด้วยเหล้าสำนักโปรด Highland Park เลยหล่ะกันนะครับ

สำนักนี้ผมก็พูดถึงไปหลายตัวหล่ะโดยตัวที่ผมชอบที่สุดเป็นรุ่น 12ปีธรรมด้าธรรมดานี่แหละ ส่วนตัวที่จะมาพูดถึงวันนี้เป็นรุ่นพิเศษทำขายตาม Duty Free เพราะฉะนั้นก็คงไม่ยากที่จะหามาลิ้มลองกัน รุ่นนี้มีชื่อว่า Leif Eriksson Release ซึ่งทาง Highland Park ได้ทำขึ้นเพื่อระลึกถึงบุคคลสำคัญ Leif Eriksson ซึ่งเป็น Viking ที่เดินทางด้วยเรือที่ทำจากไม้โอ๊คล่องทะเลจาก Iceland ไปเหยียบทวีปอเมริกาเหนือ Bafein Island, Labrador และ Newfoundland ในช่วงศตวรรษที่ 11 โดยจุดเด่นของรุ่น Leif Eriksson Release ที่ทำออกมานี้จะใช้ถัง American Oak ในการบ่มแต่อายุที่แน่นอนนั้นไม่ได้บอกเอาไว้ เอาหล่ะครับมาถึงเวลาลองกันซักที


Appearance: สีเหลืองทองออกจะไปส้ม, ขาขนาดกลางยาวไหลค่อนไปทางช้า มีเหงื่อเยอะพอสมควร
Aroma: เปลือกส้มแห้ง อบเชย กานพลู น้ำผึ้งจางๆ
Taste: เผ็ดทั่วปาก หวานนิดๆ ติดขมและฝาดมีกลิ่นคล้ายทานน้ำส้มที่คั้นติดเปลือกลงไป กลิ่นองุ่นฝาดๆ มีควันหลงมาบ้างพอจับทางได้ 

With Water: ความเผ็ดยังไม่ลดละ กลิ่นส้มลดลงไปบ้าง จับกลิ่นควันได้ชัดแต่ยังอ่อนอยู่
Finish: จบเผ็ดชัดเจน และมีขมที่โคนลิ้น ทิ้งกลิ่นเปลือกส้ม ควันจางๆ ไว้ชั่วครู่




สรุป: แม้จะบอกว่าบ่มในถัง American Oak แต่ให้ความรู้สึกเหมือนบ่มในถัง Sherry เพราะความเผ็ดเด่นเหลือเกิน ความนุ่มนวลและกลิ่นวนิลาตามสไตย์ American Oak กลับไม่มีให้สัมผัส ดื่มตัวนี้แล้วทำให้นึกถึง Highland Park 18ปี แต่ Balance ยังห่างชั้นคิดว่าอายุในการบ่มน่าจะสั้นซึ่งตัวผมเองมอกว่ากับราคาที่ให้มา ยังถือว่าสูงไปหน่อย หากใครอยากลองก็ลองมองหาตามสนามบินเวลาไปเมืองนอกดูครับน่าจะเจอะเจอได้ไม่ ยาก

วันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2556

Early Times

ห่างหายจากการรีวิวไปนานเลยครับ เนื่องจากติดภาระอิดอะไรก็ไม่รู้มากมาย อีกทั้งเหล้าเก่าๆ ที่เปิดค้างๆ เอาไว้ก็โขอยู่ เก็บกวาดไปเรื่อยๆ ตามเวลาที่พอจะมีครับ
วันนี้ขอนำเสนอ Early Times Kentucky Straight Bourbon Whisky ครับ
สำหรับเหล้าขวดนี้พอดีมีรุ่นน้องที่ชอบพอกันเขาซื้อมาฝากครับ ว่าแล้วไม่ให้เสียเวลาเรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ

เริ่มกันที่สี ออกทองอำพันดูแล้วสบายตาดีครับ ขาเล็กๆ ไหลเร็วไม่มีอาการทิ้งตัวช้าๆ เลย คงเป็นเหล้าที่มีอายุไม่มากนักเท่าไรครับ

กลิ่น เป็นกลิ่นที่ต้องบอกว่าไม่ใช่กลิ่น Bourbon ที่คุ้นเคยเหมือนกับ JD และ JB ครับ
ปกติแล้วเหล้าอเมริกันที่ผมเคยลองมามักมีกลิ่นเฉพาะตัวที่เป็น New Oak เด่นๆ ข้าวโพด
แต่สำหรับเจ้า Early Times ขวดนี้กลับเป็นกลิ่นเหมือน Old Oak เนื้อเหล้าละม้ายไปทาง Scotch แนว Grain Whisky ซ่ะมากกว่า
กลิ่นตัวน้องแอลไม่แรงมากครับ แต่ก็พอได้กลิ่นสะอาดๆ ปนฉุนนิดๆ คล้าย Alc ฆ่าเชื้อล้างแผลครับ
ดมมากเข้าชักจะคิดว่ากลิ่นมันละม้าย Snow Grouse อยู่พอควรครับ
ถ้าให้เดาเข้าใจว่า ส่วนผสมของตัวนี้คงมีข้าวโพดไม่เยอะ หนักไปทาง Grain ค่อนข้างเยอะมากกว่าครับ

แต่ก็แปลกที่ทิ้งไว้สักพักกลิ่น Oak ข้าวโพดค่อยๆ ชัดขึ้นแต่ก็ยังไม่เท่า JB & JD ครับ

รสชาติ ออกไปทางจืดครับ ไม่เหมือนหนุ่มอเมริกันทั้งหลายที่เคยลองมาเลยครับ
จืดมาก จืดจริงๆ ครับ ไม่มีอะไรให้จับได้สักอย่างเลยครับ ไม่มีอาการ Burn
รสชาติเหมือนเหล้าที่ผสมน้ำเยอะไปสักหน่อยครับ คงไปเทียบเคียงกับ JB & JD ไม่ได้เลยครับ

After Taste หอมสั้นๆ จบแบบดื้อๆ ไม่เหลืออะไรให้จำเลยครับ
สรุปแล้วสำหรับเจ้า Early Times ขวดนี้เหมาะสำหรับนั่งดื่มแบบไม่ต้องคิดมากครับ จิบแบบสบายๆ
ใครไม่ชอบแนวเหล้าจืดหนีห่างได้เลย ส่วนใครที่ขี้เกียจผสมเหล้า อยากนั่งดื่มสบายๆ เชิญได้เลยครับตามสะดวก
สำหรับผมแล้วขวดนี้ไม่ผ่านครับ

วันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

NEWS UPDATE!! ข่าวดีคอวิสกี้ไทยจงอ่าน

NEWS UPDATE!! ข่าวดีคอวิสกี้ไทยจงอ่าน เรื่องน่าดีใจมาให้คลายอุณหภูมิทางการเมือง ว่าจะเล่าให้ฟังตั้งแต่เมื่อวานหล่ะแต่ติดลำยองตอนจบ

เมื่อวานผมได้ ไปสำรวจตลาดพบว่ามีวิสกี้แปลกตามาโผล่อยู่บนชั้นขายสุรา บางท่านอาจจะรู้จักวิสกี้เหล่านี้ดี บางท่านอาจจะไม่รู้จัก ส่วนตัวผมเองพูดเลยเป็นอะไรที่ถวินหามาก วิสกี้ใหม่ที่เข้ามาจำหน่ายในบ้านเราให้คนไทยมีสิทธิ์ได้ลิ้มลองโดยไม่ต้อง บินไปหาไกลถึงเมืองนอก มี ทั้งหมด 3 ตัวครับ




1. Ardbed รุ่น 10 ปี Single Malt Whisky จากสก๊อตแลนด์ครับ ตัวนี้เป็น 1 ในยี่ห้อโปรดของผมเลยก็ว่าได้เพราะเป็นสายควันและประมาณความควันก็ไม่ใช่ น้อยๆ เกิน 50 ppm กันเลยที่เดียว กลิ่นหอมประมาณปลาแซลมอลรมควันน่ารับประทานยิ่่งนักใคร SM สายแข็งคงสบายหล่ะทีนี้ ราคาค่าตัวพอรับได้ที่ประมาณ 2,2xxบาท




2.Monkey Shoulder เป็น Blend Malt Whisky จากสก๊อตแลนด์ ตัวนี้พวกเราก็รู้ๆ กันอยู่ความพิเศษของเค้าคือเป็นวิสกี้ที่ผสมจาก 3 โรงกลั่น Glenfiddich, Balvenie และ Kininvie กลิ่นสไสตย์หอมหวานน้ำผึ้ง ผลไม้สุก ราคาค่าตัวน่าคบมาก 1,4xxบาท แบบว่าถูกกว่าเมืองนอกบางประเทศด้วยซ้ำ


3.Tullamore D.E.W. เป็น Blend Whiskey จากไอร์แลนด์ตัวนี้คอไอร์ริสวิสกี้น่าจะรอกันมานานเพราะตลาดบ้านเราปล่อย Jameson ทำตลาดอยู่คนเดียวแถมรุ่นเดียวอีกต่างหากคราวนี้จะได้มีตัวเลือกอื่นบ้างซะ ทีความแจ่มของเค้าคือกลั่นถึง 3 ครั้งเรื่องรสชาติไม่ขอบรรยายเพราะผมเคยโดนไปครั้งเดียวแถมตอนเมาจึงจำไม่ ได้แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่แนวควันตามสไตย์ผมแน่นอน ราคาค่าตัวน่ารัก 8xx บาท

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

Bowmore 12 years old ENIGMA 40%



สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้เสพสุราทุกท่านหลังจากเมื่อเดือนที่แล้วผมได้พาเพื่อนๆ ไปเที่ยวโรงกลั่น Yoichi ที่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว เดือนนี้ผมขอนำท่านกลับเข้าสู่สก๊อตแลนด์อีกเช่นเคยครับ วิสกี้ที่ผมนำมารีวิวในวันนี้ก็คงไม่พ้นวิสกี้จากเขต Islay เกาะที่เป็นที่ใฝ่ฝันของผู้รักวิสกี้สายควันทุกท่านครับ


วิสกี้ขวดนี้มาจากโรงกลั่นนามว่า Bowmore ซึ่งเป็นโรงกลั่นโปรดที่ผมแอบชอบเป็นการส่วนตัวเพราะเค้าทำวิสกี้ออกมา จำหน่ายในราคาที่ถือว่าไม่แพงจนเกินไปเมื่อเทียบกับคุณภาพ แถมยังพอหาซื้อได้ในบ้านเราหรือตามดิวตี้ฟรีครับ สำหรับขวดนี้เป็นรุ่น 12ปี ENIGMA จำหน่ายตามดิวตี้ฟรีทั่วไป โดยขวดนี้ต้องบอกเลยครับเป็นวิสกี้ Single Malt สายควันขวดแรกที่ผมได้ลองเมื่อประมาณ 5ปีที่แล้ว จำได้ในตอนนั้นยังดื่มไม่เป็นผสมทั้งน้ำ ทั้งโซดา โคตรจะไม่อร่อย ตั้งดองอยู่บนตู้เป็นเดือนกว่าจะหมดเพราะรสชาติที่ไม่คุ้นลิ้น มาบัดนี้ฝึกวิชาจนคุ้นกับสายควันแล้วจึงขอเปิดขวดใหม่จับมารีวิวซักที

Appearance: สีทองแดงเข้ม ขายาวเล็กยาวไหลค่อนข้างจะเร็ว
 
Aroma: กลิ่นควันแนวขี้เถ้าวิ่งนำหน้า ตามประกบมาด้วยกลิ่นหวานๆ ของน้ำผึ้ง และเชอรี่อ่อนๆ

 
Taste: รสหวานอ่อนๆ ติดเผ็ดเล็กน้อย บอร์ดี้กลางๆ ติดข่มบนโคนลิ้น กลิ่นควันชัดเจน มีกลิ่นเชอรี่และกลิ่นเกลือทะเลปนตามมา

 
With Water: รสเค็มชัดขึ้นมา มีบอร์ดี้แบบอูมๆ เบาๆ กลิ่นควันยังชัด มีกลิ่นเปลือกมะนาว เลมอล


 
Finish: ทิ้งรสขม สัมผัสเผ็ดนิดๆ ไว้บนลิ้นและภายในปากนานพอสมควร มีกลิ่นควันซึ่มๆ แทรกมากับกลิ่นเปลือกมะนาวบางๆ

สรุป: เป็นวิสกี้ที่ผมบอกได้เลยว่าราคาคุ้มค่ามาก มีทั้งกลิ่นควันที่เป็นเอกลักษณ์ รสชาติที่ไม่จัดจนเกินไปแทรกซึ่มมากับกลิ่นผลไม้รสเปรี้ยวอ่อนๆ เหมาะกับผู้ที่ต้องการจะลองเข้าสู่สายควันหากไม่ชอบก็ไม่ต้องเสียดายเงินมาก แต่หากชอบมีอีกหลายตัวให้ต่อยอดได้อีกไกล ส่วนตัวผมก็คงเป็น Fan club โรงกลั่นนี้ต่อไป