พวกผมแค่ชมชอบในรสชาติของสุรา เรื่องราวที่เขียน เริ่มต้นจากความชอบและความสนใจ ที่นำไปสู่การค้นหา
เมื่อได้รับรู้ และทดลองด้วยตัวเองแล้วก็อยากแบ่งปันให้กับเพื่อนๆ และคนอื่นๆ ที่สนใจในเรื่องเดียวกันครับ

ข้อคิดเห็นที่ให้เกี่ยวกับเรื่องการร่ำสุราในแต่ละประเภท เป็นความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ ที่ได้มาจากการลองของด้วยตัวเอง
ที่แค่อยากรู้ และอยากลองตามประสาครับ ผิดถูกประการใดก็คงไม่สามารถรับรองได้ครับ ขอน้อมรับคำแนะนำ และติชมทุกประการครับ

ปล. หากสนใจแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ก็แวะเข้าไปทักทายพวกผมได้ที่ www.montfort27.com/forum/index.php?board=22.0 ครับ

*** หมายเหตุ *** สงวนสิทธิ์สำหรับการอ่านและนำไปใช้ประกอบบทความเพื่อการแลกเปลี่ยนความรู้กัน และไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความไปใช้ในเชิงพาณิชย์ทุกอย่างครับ

วันอังคารที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560

Black Grouse Alpha การบ้านค้างส่ง Part 3

ตัวสุดท้ายของวัน International whisky day เป็น Black Grouse Alpha จากสำนักนก Famous Grouse ที่เรารู้จักกันดีมีทั้งเทพอย่างโรง Highland Park และป๋า Macallan ภายใต้ล่มเงา Edrington Group ซึ่งหากให้ผมพูดถึงค้ายนกส่วนตัวผมชอบ Black Grouse รุ่นธรรมดาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเพราะเป็น Blended Whisky สายควันในราคาย่อมเยา จำได้สมัยรู้จักกันใหม่ๆ ราคาหลักร้อยแต่รสชาติหลักพัน วันนี้ได้กลับมาลองแถมเป็นรุ่น Limited อีกโชคดีจริงๆ

Appearance: สีออกทองแดงอ่อน ขากลาง-ใหญ่ ไหลลงมาไม่เร็วไม่ช้า

Aroma: น้ำผึ้ง วนิลา คลาเมล เปลือกไม้ ติดกลิ่นเบคอนนิดๆ

Taste: เผ็ดมาตรงกลางลิ้น กลิ่นพริกไทยขึ้นโพรงจมูก หวานมาตอนปลาย กลิ่นควันขี้เท่า น้ำผึ้งป่าจางๆ
With Water: ความเผ็ดยังมีอยู่ กลิ่นควันชัดเจนกระจายไปทั่วปาก

Finish: จบแบบเผ็ดริมฝีปากและกลางลิ้น ตามด้วยหวาน Dry body กลิ่นไม่ค่อยเหลือ

สรุป: หากเป็นแฟนสายควันและมีงบไม่เยอะก็ถือว่าเป็นตัวที่น่าสนใจทีเดียวแต่หากเทียบกับตัวธรรมดาตัว Alpha อาจจะไม่ได้สร้างความประทับใจเพิ่มขึ้นซักเท่าไหร่ แต่ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับเหล้าสายควันที่มี Body ไม่หนาและ Dry ดื่มได้แบบง่ายๆ ทั้งหยดน้ำและ On the rock ยกดื่มทั้งคืนแบบไม่ต้องเสียดายเงิน

Johnnie Walker Select Cask Rye Cask Finish การบ้านค้างส่ง Part 2


ตัวต่อมายังคงเป็น Johnnie Walker เหมือนเดิมรุ่น Select Cask Rye Cask Finish เป็นตัวที่ดูน่าจะรุ่นใหญ่ขึ้นมาอีกนิดที่การันตีอายุบ่ม 10ปีแน่นอน คิดค้นสูตรโดย Master Blender นาม Jim Beveridge ที่อยากให้วิสกี้มีกลิ่นของวนิลาและมีความหวานมันเหมือนครีมและจบแบบเผ็ดร้อน จึงเลือกใช้ถังใหม่จากอเมริกา บ่มจนได้อายุไม่น้อยกว่า 10ปี ก่อนเอาไปจบที่ถัง Rye Whiskey เพื่อให้ได้ความเผ็ดอย่างที่ตั้งใจ หลังจากอ่านความในใจของคุณจิมแล้วเรามาลองดูว่าจะเป็นดังนั้นหรือไม่ หลังจากเทเหล้าใส่แก้วทิ้งไว้หลายนาที เพราะดีกรีที่ใส่มาสูงถึง 46% กลิ่นเลยถีบแรงไปหน่อย

Appearance: สีทองออกจะไปทองแดงคล้ายตัวก่อนหน้า ขาเล็กยาวไหลลงมาเร็ว

Aroma: กลิ่นวนิลาติดโอ๊คชัด และมีกลิ่นน้ำตาลโมลาส

Taste: เผ็ดนำ หวานกลางลิ้น กลิ่นแอลกอฮอล์ชัด วนิลาติดมากับอบเชย คลาเมลแข็งๆ บอร์ดี้กลางๆ ทื่อ

With Water: คายความเผ็ดออกไปได้บ้าง มีกลิ่นท๊อฟฟี่ ออกมา

Finish: หวานนิดๆ ที่ปลายลิ้น เผ็ดที่คอไล่ไปถึงท้อง กลิ่นตีกลับไม่ค่อยมี

สรุป: ตัวนี้ไม่ค่อยติดใจเท่าไหร่เพราะรสชาติทำออกมาได้แข็งมากคือมาทั้งเผ็ดร้อน และกลิ่นที่ออกมาไม่ซับซ้อนอยากที่คาดหวังไว้ก็คงสมดังความในใจของคุณจิม ถ้าดื่มเอามันเน้นแซบคอก็พอได้

Johnnie Walker Red Rye Finish การบ้านค้างส่ง Part 1


วันนี้ว่างๆ อารมณ์ดีๆ ขอนำเสนอการบ้านที่ส่งมาจากแอดมินหล่ายดอยที่ผมดองไว้จนได้ที่ ด้วยความที่ไปแหย่แกเล่นๆ ว่าน่าสนใจแกก็เลยส่งมาให้ซะชุดใหญ่เลย ตัวแรกที่เอามาชิมก่อนเลยเพราะดูแล้วรสชาติน่าจะอ่อนสุดในกองคือ Blended Whisky จากเจ้าตลาดที่เราคุ้นเคย Johnnie Walker ตัวนี้ตีตราว่า Red Rye Finish เพราะฉะนั้นก็น่าจะมีกลิ่นของถัง Rye Whiskey แล้ว Rye Whiskey คืออะหยั่ง ก็ขอตอบง่ายๆ แบบกำปั้นทุบดินก็คือวิสกี้ชนิดหนึ่งที่ใช้ข้าว rye เป็นส่วนประกอบหลักซึ่งนิยมอยู่ในตลาดอเมริกานะจ้า มาดูกันที่หน้าตา

Appearance: สีทองออกจะไปทองแดง ขาเล็ก-กลางค่อยๆ ไหลลงมา

Aroma: กลิ่นวนิลาโดดออกมาแบบนวลๆ มีกลิ่นแว๊กส์ๆ เล็กน้อย

Taste: กลิ่นวนิลายังโดดเด่น มีกลิ่นหวานๆ ของพวกเกสรดอกไม้ บอร์ดี้เผ็ด ติดหวานมันที่ริมฝีปากลิ่นที่ให้ความรู้สึกหวาน

With Water: กลิ่นคลาเมลมา หวานนำมาแทนจนรสเผ็ดแทบจะหายไปเลย

Finish: รสหวานติดปาก จบจางหายไปแบบสั้นๆ แต่ร้อนในคอ

สรุป: ที่ติดใจคือความหวานกับกลิ่นโทนวนิลาแต่ยังไม่เข้มถึงขั้นโอ๊คที่มาแบบตรงๆ ดื่มแบบหยดน้ำเย็นลงไปหน่อยหรือแบบ On the rock น่าจะสะดวกสุด โดยรวมถือว่าทำได้ดี ดื่มได้แบบเพลินๆ

วันเสาร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2560

เมาไม่รั่วมั่วส่งการบ้านกับ Glencadam

การบ้านค้างปีจากปีที่แล้ว ถมเอาเยอะจนจำไม่ได้ว่าได้มาจากเพื่อนคนไหน ต้องขออภัยด้วยจริงๆ ครับ

สำหรับ Glencadam ขวดนี้เป็น SM จากย่าน Highland ใช้ Unpeated Malt มาผลิด
เอกลักษณ์สำคัญสำหรับโรงกลั่นนี้บอกว่าเป็น Creamy Malt เด่นในกลิ่นแนว Berry กับขนมหวานหลังอาหาร
ตัวที่ได้มาสังเกตจากสี และกลิ่นแล้วเข้าใจว่าน่าจะเป็นรุ่น 10 ปีครับ
สำหรับขวดนี้ได้คะแนนรีวิวจาก MJ. Completed Guide to SM ที่ 73 คะแนน
และได้คะแนนจาก Jim Murray's Whisky Bible 2016 ถึง 95 คะแนน โดยแบ่งเป็น
Nose 24 Taste 24 Finish 23 Balance 24

คราวนี้เรามาว่ากันแบบลิ้นบ้านๆ บ้างดีกว่า
สี ทองสุกใส ค่อนข้างใสเลยก็ว่าได้ครับ

กลิ่น ค่อนข้างเห็นด้วยกับ Jim Murray คือกลิ่นดีงามมาก Strawberry Vanilla Clean Malt
กลิ่นสะอาดๆ ใสๆ ไม่มีกลิ่น Peat เป็นกลิ่นอบแห้ง ไม่ใช่กลิ่นแดด เหมือน Glengoyne
Citrus บางๆ กลิ่นแนวทางของ Highland ที่ค่อนข้างชัดเจนดีครับ

รสชาติ สร้างความประหลาดใจให้ผมพอควรเลย สัมผัสแรกนึกถึงแยม Strawberry แปลกใหม่ดี
ตามด้วยกลิ่นสดๆ ของ Barley Malt ความหวานค่อนข้างเด่น แต่ไม่ใช่ความหวานของคาราเมล
เป็นความหวานแนวผลไม้ กับขนมที่กินหลังอาหารกัน ประมาณนั้นครับ

Aftertaste ทิ้งความมันตามที่เป็นเอกลักษณ์ของโรงกลั่นไว้ในปาก กับกลิ่นหอมๆ ของผลไม้จำพวก Berry
แต่พอเจือน้ำลงไปกลับรู้สึกถึงความหวานจนขมไปซ่ะอย่างนั้น

Conclusion รู้สึกคิดผิดที่เจือน้ำลงไปดื่มด้วย ดื่มแบบ Neat น่าจะลงตัวที่สุดละครับสำหรับผม
ให้สัมผัสที่กำลังดี รวมๆ จัดว่าค่อนข้างดีงามสำหรับสายหวานที่ชอบแนว Highland

ป.ล. ความเห็นทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆ ไม่รับประกันความถูกต้องนะครับ

Glenmorangie Duhtac

ใกล้สิ้นปีแล้วรีบเคลียร์เหล้าขวดเก่าๆ ที่เปิดทิ้งไว้แต่ยังไม่ได้เขียนกันอีกสักขวดครับ
สำหรับ Glenmorangie Duthac ขวดนี้เป็นหนึ่งในซีรี่ย์ Legends จากค่าย Glenmorangie
ผ่านการ finish ด้วยถัง Pedro Ximenez (PX) และ Virgin Oak
ตั้งชื่อรุ่นตาม St. Duthac ซึ่งมีวิหารอยู่ใกล้ๆ กับโรงกลั่น Glenmorangie
สำหรับซีรี่ย์ Legends นั้นจะวางจำหน่ายเฉพาะใน Duty Free เท่านั้นโดยจะมีออกมาปีละ 1 ครั้ง
สำหรับรุ่นนี้เป็นของปี 2015 ครับ ส่วนปีนี้เป็นรุ่น Tayne ครับ

เริ่มกันตามประสาลิ้นบ้านๆ กันดีกว่าเนาะ
สี ออกไปทางทองแดงพอสมควรคงเพราะผ่านการบ่มด้วยถัง PX

กลิ่น sherry, Chocolate Milk กลิ่นตัวน้องแอลพอประมาณ Toffee Caramel รวมๆ แล้วค่อนข้างถูกใจกับกลิ่นมากครับ

รสชาติ เผ็ดนำตามด้วย Sherry เป็นความเผ็ดที่ค่อนข้างลงตัวสำหรับผมนะ หลายคนบอกว่าเผ็ดเกิน
ตามด้วยความหวาน พร้อมกับกลิ่นควันเบาๆ ที่ตีย้อนกลับขึ้นมา

Aftertaste กลางๆ ไม่ยาวมาก ให้สัมผัสที่ลงตัว ให้ความรู้สึกอุ่นๆ ค้างอยู่ในปากพอควร
รวมๆ แล้วคอ่นข้างใช้ได้ครับ

Conclusion จัดว่าดีแต่... สร้างความประทับใจได้ไม่มากเท่าสายหลักที่ระบุอายุปี
ถ้าเอาไปเทียบกับรุ่น Sonnalta PX ที่เป็น Private Collection รุ่นนั้นถึงจะพบกันเมื่อสาย แต่ก็ให้ความประทับใจได้มากกว่าเยอะ
แต่ในบรรยากาศวันที่ดื่มคือ หลังฝนตกในช่วงต้นฤดูหนาว ก็จัดว่าค่อนข้างเข้ากันได้ดีพอควร

ป.ล. 1. คงเป็นเพราะผมชอบอาหารรสจัด สำหรับความเผ็ดจาก Duthac ผมก็ว่าไม่หนักมาก แต่เพื่อนๆ หลายคนบอกว่าเผ็ดไปหน่อย

ป.ล. 2. ความเห็นที่ให้เป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆ ไม่รับประกันความถูกต้องเหมือนเช่นเคยครับ