พวกผมแค่ชมชอบในรสชาติของสุรา เรื่องราวที่เขียน เริ่มต้นจากความชอบและความสนใจ ที่นำไปสู่การค้นหา
เมื่อได้รับรู้ และทดลองด้วยตัวเองแล้วก็อยากแบ่งปันให้กับเพื่อนๆ และคนอื่นๆ ที่สนใจในเรื่องเดียวกันครับ

ข้อคิดเห็นที่ให้เกี่ยวกับเรื่องการร่ำสุราในแต่ละประเภท เป็นความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ ที่ได้มาจากการลองของด้วยตัวเอง
ที่แค่อยากรู้ และอยากลองตามประสาครับ ผิดถูกประการใดก็คงไม่สามารถรับรองได้ครับ ขอน้อมรับคำแนะนำ และติชมทุกประการครับ


*** หมายเหตุ *** สงวนสิทธิ์สำหรับการอ่านและนำไปใช้ประกอบบทความเพื่อการแลกเปลี่ยนความรู้กัน และไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความไปใช้ในเชิงพาณิชย์ทุกอย่างครับ

วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2559

Glenlivet Cipher (NAS) 48% Alc/Vol

ห่างหายไปนาน เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องกฎหมายบ้านเรา วันนี้ขอกลับมาอัพเดท Blog สักนิดนะครับ
แต่ยังคงติดตามได้จาก http://www.montfort27.com/forum/index.php?board=22.0 บอกเล่าสู่กันฟังตามประสาเพื่อนคอเดียวกันได้เหมือนเดิมนะครับ

วกมาที่ Glenlivet Cipher NAS (Non Age Statement) ล่าสุดจากค่าย Glenlivet แถมด้วยเป็น Limited Edition บนฉลากและข้างกล่องไม่มีข้อมูลใดๆ รวมถึง Tasting Note มีเพียงชื่อรุ่น และ ปริมาณ ALC เท่านั้น
ล่าสุดเจ้า Cipher ขวดนี้เพิ่งได้รางวัลจาก Jim Murray Whisky Award 2017 ในสาขา Best SM Non Age Statement ซ่ะด้วยสิ

สำหรับขวดนี้ผมได้แบบมีแสตมป์มาจากในบ้านเรานี่แหละครับ ได้มาจาก Central Food Hall ที่ Central Fest เชียงใหม่ มีขึ้นมาแค่ 1 ขวด
จากข้อมูลเท่าที่ทราบมาคือบ้านเรามีเข้ามาเพียง 600 ขวดเท่านั้นนะครับ
ราคาก็ค่อนข้างดีงามที่ 3XXX ครับ เท่าที่ลองหาราคาจาก web site ต่างๆ จะสูงกว่าราคาที่ขายในบ้านเราพอควรครับ
ข้อมูลเบี้องต้นก็ประมาณนี้ครับ

คราวนี้เรามาเข้าเรื่องกันตามประสาลิ้นบ้านๆ กันบ้างดีกว่าครับ

สี ทองอำพันติดไปทางแดงเล็กน้อย น่าจะมีส่วนผสมจากถังที่ผ่านการบ่มด้วย Sherry Oak Cask อยู่ด้วยแน่นอน

กลิ่น Fruity วนิลา คาราเมล เจือด้วย Sherry Oak จางๆ Citrus หน่อยๆ แถมด้วยน้ำผึ้ง และ Butterscotch นิดๆ
รวมแล้วกลิ่นค่อนข้างดีงามกว่าตัว Mater Distiller's Reserve อยู่หลายช่วงตัว

รสชาติ

หวานนำ Butterscotch Caramel chocolate นิดๆ น้ำเชื่อมหน่อยๆ เครื่องเทศนิดๆ
อาการ Burn ลิ้นของน้องแอลนี่แทบไม่มีเลย คงเป็นเพราะผมรินพักไว้ค่อนข้างนานมัวแต่จัดฉากถ่ายรูป กลับกลายเป็นว่าดีไปซ่ะได้ อิอิ

Aftertaste ค่อนข้างยาวพอควร ทิ้งความหวาน แถมด้วยกลิ่น Sherry Oak Cask ไว้ในปากจางๆ
เป็นความรู้สึกที่อยากยกต่อเนื่องไปยาวๆ เพื่อค้นหามันต่อไปอีกเรื่อยๆ

Conclusion คหสต. สำหรับผมแล้วเจ้า Cipher ขวดนี้จัดว่าดีงามมีดีอยู่ในตัวสำหรับความเป็น NAS
ดีกว่าตัว Master Distiller's Reserve อยู๋หลายช่วงตัว ตัวนี้จืดมากไม่ให้อะไรเลย ซื้อ Founder's Reserve ดีกว่า
ให้ความเข้มข้นมากกว่า Founder's Reserve ตัวนี้ให้สัมผัสใสๆ สบายๆ ไม่ต้องคิดมาก
ตัว Cipher ให้ความสุขุมลุ่มลึก ลึกลับน่าค้นหาดีครับ
ถ้าให้เทียบกับตัวที่มีอายุปี ผมวางมันอยู่ระหว่าง 15-18 ปีครับ ตัว 21 ปีสำหรับ Glenlivet ก็จัดว่าดีแต่ไม่น่าประทับใจเท่าตัวนี้ครับ

ป.ล. 1. หลังจากลองแล้วเพื่อนๆ สามารถเข้าไปทดสอบตัวเองเรื่องสัมผัสกลิ่น และรสชาติได้ที่ https://www.theglenlivet.com/agegate/?url=%2Fcipher-experience%2F ครับ สำหรับผม ได้คะแนน ตามภาพครับ

ป.ล. 2. ความเห็นทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆ ไม่รับประกันความถูกต้องเหมือนเช่นเคยครับ

วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2559

เมาไม่รั่วมั่วส่งการบ้านกับ Special Blended by Jack

ขวดทดลองที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของคุณแจ็ค สหายสายเมาที่ยังไม่เคยเจอกันสักที

ว่าแล้วก็มาลองกันไปตามประสาลิ้นบ้านๆ นะครับ

สี ออกทองแดงพอประมาณ

กลิ่น ค่อนข้างสดใส ด้วยกลิ่นผลไม้สุก เจือด้วยกลิ่น Sherry Oak พอประมาณ จัดว่ากลิ่นตัวน่าประทับใจครับ

รสชาติ ดื่มง่าย เชอรี่ ผลไม้สุก ค่อนข้าง malty เลย จิบเบาๆ ได้แบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ ครับ

After Taste ถึงจะสั้นไปสักนิดแต่ด้วยคาแรคเตอร์ของคนปรุงที่ออกแบบมาให้ดื่มง่ายๆ
สบายๆ ในวันที่อากาศสบายๆ ลมพัดเอื่อยๆ ตอนปรุงคงมาอารมณ์สนุกอยากหาอะไรมาดื่มง่ายๆ ไม่ต้องคิดมาก ถือว่าลงตัวเลยครับ

เมาไม่รั่วมั่วส่งการบ้านกับ Mortlach 13

สำหรับเจ้า Mortlach 13 ขวดนี้ก็ได้รับปันส่วนมาจากคุณตืออีกเช่นกันครับ

ข้อมูลคร่าวๆ เป็น SM จาก Highland ที่ค่อนไปทาง Speyside จากเมือง Dufftown ครับ
ข้อมูลเพิ่มเติมลองหาได้จากอากู๋ นะครับ แฮ่

เริ่มกันที่สี ทองสดใสทีเดียวครับ

กลิ่น ผลไม้รสเปรี้ยว เจือด้วยกลิ่น Peat จางๆ กลิ่นตัวน้องแอลเล็กน้อย เจือด้วยกลิ่นกำมะถันนิดๆ แปลกดีครับ ไม่ค่อยเจอกลิ่นแบบนี้เท่าไหร่

รสชาติ ขมนำนิดๆ ตอนเริ่มต้น ตามด้วยความหวานที่ให้ความรู้สึกเหมือนหวานขม
ติดตามด้วยกลิ่นกองฟางทุ่งนาหลังฝนตก คล้ายกลิ่นควันไฟที่จุดด้วยฟางเปียกๆ

After Taste จัดว่าดีกลางๆ ไม่ยาว ไม่สั้น เอกลักษณ์ของทั้งสองย่าน HL กับ SS ผสานกันได้ลงตัว น่าสนใจเลย

Conclusion จัดว่าน่าสนใจ ในตอนค่ำๆ ลมพัดเอื่อยๆ เพลงเบาๆ จัดมาไม่เลวเลยกับการผ่อนคลาย

ป.ล. ความเห็นที่ให้เป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆ ไม่รับประกันความถูกต้องเหมือนเช่นเคยนะครับ

เมาไม่รั่วมั่วส่งการบ้านกับ Fettercairn 12

ได้รับปันส่วนขวดน้ำปลาขวดนี้มาจากคุณตือพักใหญ่ละ ช่วงนี้ก็เลยว่าจะไล่ส่งการบ้านกันครับ

สำหรับตัวนี้ลองหาข้อมูลเพิ่มกันจากอากู๋ได้นะครับ สายลองตามประสาไม่เน้นข้อมูลนะครับ แฮ่

เริ่มกันที่ สี ออกทองใสๆ สว่างๆ

กลิ่น ออกแนวสดชื่น Citrus น้ำผึ้ง ดินเปียกๆ หอมเบาๆ เหมือนอยู่กลางทุ่งนาหลังฝนตก

รสชาติ ฝาดๆ ไปนิด แต่ก็ดีงาม Toffee เผ็ดนิดๆ หวานตอนปลายๆ สดชื่น สะอาดๆ

After Taste หวานนิดๆ ติดปลายลิ้นค่อนข้างยาว ใสๆ เบาๆ

Conclusion สวยงาม เบาๆ ใสๆ เหมาะกับอากาศสบายๆ  ไม่ร้อน ไม่เย็นจนเกินไป

ป.ล. ความเห็นที่ให้เป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆ ไม่รับประกันความถูกต้องเหมือนเช่นเคยนะครับ

วันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เมาไม่รั่วมั่วส่งการบ้านกับ Local Craft Beer



อาทิตย์ที่แล้วเพื่อนโจ้ ศานิต 302/27 ไปนั่งชิมเบียร์ แล้วบังเอิญเจอเข้ากับ Local Craft Beer สองขวดนี้เข้า
ก็เลยจัดการส่งมาให้ผมได้ลองสักนิด ต้องขอขอบใจเพื่อนโจ้ ศานิต 302/27 มากๆ ครับ
สำหรับ Local Craft Beer สองขวดนี้ก็ได้รับคำติชมจากเซียนเบียร์กันค่อนข้างเยอะ
สำหรับผมก็ลิ้นบ้านๆ คงอ้างอิงอะไรไม่ได้ แต่ก็จะขอเล่าสู่กันฟังตามประสาเพื่อนคอเดียวกันนะครับ







เริ่มกันที่ขวดแรก เพื่อนโจ้บอกว่าพอแหลกล้าย กับ Chiang Mai Weizen สำหรับผมข้อมูลงูๆ ปลาๆ บอกได้อย่างเดียวว่าเปิดมาแล้วนึกว่า LEO หรือ ช้าง กลิ่นไปทางนั้นมากกว่า

สีค่อนข้างใส ไม่มีฟองเอาเลย อันนี้ผมไม่รู้นะครับ ว่าจริงๆ แล้วมันปกติหรือปล่าว เพราะผมสาย SM มากกว่า

กลิ่น Malt พอประมาณ แต่กลิ่น Hop ไม่มีเอาเลย

พอเข้าปากนี่มันจืดชะมัด ภูเก็ต Corona ว่าจืดแล้วไอ่นี้จืดหนักกว่า #ร้องไห้หนักมาก

สรุปแล้วค่าตัวเกินจริงไปนิด ราคานี้จัดภูเก็ตได้ 3 ขวด เอามากินดีกว่านะ แหะๆ



ขวดที่สอง ไอ้หนุ่มรถแดง Red Truck IPA ขวดนี้เพื่อนโจ้บอกว่าเบียร์เชี่ยอะไรว่ะ

ผมเองก็ไม่ค่อยรู้อีกเหมือนกันเพราะแยกแยะเบียร์ไม่ค่อยออก แต่เพื่อนส่งมาก็ว่ากันไป

รินออกมาฟองสวยงาม กลิ่นดีงาม ลิ้นจี่ใสๆ เบา โอ้ว.... เพื่อนโจ้หลอกตรูปล่าวฟ่ะ

ว่าแล้วก็ชิมกันดีกว่า จิบแรกเข้าไป......
มันคืออัลลัย.... ยาขมน้ำเต้าทอง ใครเอายาขมน้ำเต้าทองมาใส่ในเบียร์ฟ่ะ เพื่อนโจ้วางยาตรูปล่าวฟ่ะ
.
..
...
....
.....

จิบอีกทีเพื่อความแน่ใจ เชี้ยะละ มันใช่เหรอฟ่ะเนี้ยะ
นี่มันเบียร์จริงหรือปล่าว หรือว่าใครเอายาขมมาชงกับเบียร์หลอกตรูดื่มว่ะ
......
.......
........
.........
..........
สตั๊น 3 วิ กรูยอม จำได้ว่าเคยกิน IPA มาบ้างแต่นี่มันใช่หราาาาาาาาาาา
สำหรับแพนขอเก็บเป็นเรื่องราวดีๆ ก็แล้วกันนะค่ะ เอ้ย ไม่ใช่ละ ลาก๋อยยยยยยยย
2 ขวดนี้คงไม่ได้กินเงินผมไปอีกนาน ขอบใจเพื่อนโจ้ที่ส่งมาให้ลอง
และขอสารภาพไว้ตรงนี้ว่า กรูทนกินจนหมดไม่ได้จริงๆ ว่ะเพื่อน
มารอบหน้าเดี๋ยวกรูเปิด JW DB ให้กินเลยเมิงเพื่อน

ป.ล. ที่เขียนมาเล่าสู่กันฟังเป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆ ไม่รับประกันความถูกต้อง
อยากให้เพื่อนๆ ลองสัมผัสกันด้วยตัวเองก็สักครั้งถือว่าเป็นการอุดหนุน Local Craft Beer บ้านเรา
เพื่อเป็นกำลังใจให้กับคนกล้าทำครับ อย่างน้อยจะมีข้อมูลไปปรับปรุงให้ดียิ่งๆ ขึ้น
บ้านเราจะได้มีตัวเลือกเบียร์ดีๆ ไว้ดื่มกันครับ

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2559

เมาไม่รั่วมั่วส่งการบ้านกับ Auchroisk 10

ได้รับการบ้านขวดนี้มาจากเพื่อนในกลุ่มมักเหล้าคลับ โดยที่ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรมาเลย เขียนไว้บนฝาขวดว่า A10 แต่ก็ได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากเพื่อนอีกคนจนต้องเปิดตำราและได้คำตอบว่า มันคือ Auchroisk 10 Yo. ด้านข้อมูลผมไม่แม่นเหมือนเช่นเคยเอาเป็นว่า ส่งการบ้านกันดีกว่าครับ

สี ค่อนข้างใสของทางเหลืองซีดๆ

กลิ่น ออกแนวสดใส Apple องุ่นขาว เจือด้วย Peat จางๆ ดมแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกลิ่นไวน์ขาว เจือด้วยกลิ่นดอกไม้หอมๆ

รสชาติ จิบแล้วหอมหวานเหมือนดื่ม Sparking Wine เลยครับ

After Taste สั้นๆ กระชับเหมือนจิบ Sparking Wine จิบแล้วหาย

Conclusion น่าสนใจและเหมาะกับสายหวาน แต่คงจืดไปสำหรับคอสายควัน บางเบา กระชับ ตรงไปตรงมา เหมาะในวันอากาศร้อนๆ หลังเลิกงานเป็นอย่างยิ่ง

Tasmamia Single Malt Sullivans Cove Double Wood Cask

สำหรับเจ้า Sullivans Cove ต้องถือว่าเป็น Whisky จากโลกใหม่ ที่กำลังมาทีละนิด ผลิตจากออสเตเรีย ค่อยๆ สั่งสมชื่อเสียงขึ้นมาเรื่อยๆ ในเรื่องข้อมูลเกี่ยวเหล้าตัวนี้คงต้องรบกวนให้เพื่อนๆ หาเพิ่มเติมได้จากอากู๋เอานะครับ เพราะผมสายลอง ไม่แม่นเรื่องข้อมูลสักเท่าไหร่ กลับมาเข้าเรื่องตามทางถนัดกันดีกว่าครับ

เริ่มกันที่สี ทองอำพันค่อนข้างสวยงามทีเดียว

ต่อกันที่กลิ่น สัมผัสแรกที่ได้คือกลิ่นมะละกอสุก เจือด้วยกลิ่นคล้าย Bourbon Whiskey เล็กน้อย คงเพราะบ่มด้วยถัง American Bourbon และ French Oak ตามชื่อรุ่น เจือด้วยกลิ่นส้ม และวนิลาจางๆ ค่อนข้างต่างจาก Scotch ที่คุ้นเคยไม่น้อย ตอนท้ายๆ ได้กลิ่นคล้ายมะม่วงสุกเจือมาด้วยอีกกลิ่น

รสชาติ แปลกใหม่ไม่คุ้นเคย แต่สดใส สวยงาม กลิ่นมะม่วงสุกค่อนข้างชัดเจน น้ำผึ้ง เจือด้วยกลิ่นวนิลาเล็กน้อย  แถมด้วยกลิ่นขนมปังปิ้งทาเนย ให้ความรู้สึกเหมือนกิน Honey Toast กับไอครีมมะม่วง

After Taste ค่อนข้างสั้นแต่สวยงาม กลิ่นมะม่วงสุก ขนมปังทาเนย วนๆ อวลๆ อยู่ในปากพอประมาณ
อย่างที่บอกเหมือนกลิ่น Honey Toast ไอครีมมะม่วง

Conclusion เป็นความแปลกใหม่ที่น่าสนใจ และค้นหา ต่างจากฝั่งโลกเก่าพอควร ให้ความรู้สึกเหมือนได้วนกลับไปหาจุดเริ่มต้นอีกครั้ง คงเป็นเหมือนโลกคู่ขนาน แต่อาจจะเบาไปสักนิดสำหรับคนที่คุ้นเคยกับโลกเก่ามานาน